เปิดเทอมวันแรก+คืนสู่เหย้าเตรียม
สวัสดีครับ
ตอนนี้เปิดเทอมแล้วคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
วันแรกของการเปิดเทอม ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของการปิดกับเปิดเทอมเลยครับ มาคณะทุกวันอย่างเช่นแต่ก่อน ก็ช่วยไม่ได้แหละครับ รนหาที่เองนี่นะ กิจกรรมทั้งหลาย ก็ขวนขวายหามาใส่ตัว เหอๆ
ตอนนี้ธนภพกำลังโดนทาบทามและวางตัวอย่างแน่นอนครับว่าให้เป็นนายกสโมสรนิสิต อั๊งงงงงง ทำไมเร่งรีบกันจังเลยน้าา ไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรืออะไรที่ไม่คาดฝันบ้างหรืออย่างไร
อาจารย์ที่คณะที่เคยเป็นนายกสโมฯ ก็รวมหัวกับรุ่นพี่ที่เป็นนายกสโมฯของเราตอนนี้ ปั้นเราให้ได้ อืมมม ควรจะรู้สึกเป็นเกียรติสินะธนภพ
อาจารย์ท่านนั้นที่ว่า ได้ฟังเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราทำตอนนี้จากเพื่อนของเรา เขาก็ว่า สมัยเขาเขาทำงานหนักกว่านี้อีกหนอ
ปี 2 เขาก็ทำงานสภานิสิต(ธนภพมาทำตอนปี 3) ปี 3 เขาเป็นประธานฝ่ายนิสิต (ธนภพเป็นประธานชั้นปีปี 2) ปี 4 เขาทำงานฝ่ายวิชาการของ อบจ. (ธนภพ......เขาก็บอกว่าให้ลองไปทำงาน อบจ.ดู....เอ่อ ไม่ไหวแน่ครับ ขอพักผ่อน 1 ปี) ปี 5 เขาเป็นนายก สพจ. (ธนภพก็โดนกลุ่มวางแผนบอกให้เป็น.....บรรดาผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูฯทั้งหลายเอ๊ยยยยยย)
อา......แต่เรื่องของอนาคตก็ช่างมันก่อนเถอะครับ กลับมาว่าถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาก่อนดีกว่า
วันนี้ 9 มิ.ย. 2551 ว่างครับ ที่คณะหยุดให้ครึ่งวันเนื่องในวันอานันทมหิดล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จวรรคตของรัชกาลที่ 8 พระผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
ธนภพ ด้วยความที่แรด อีกแล้ว ก้ไปที่คณะแต่เช้า ไปช่วยหมูหวาน ฝ่ายนิสิตสัมพันธ์ของสโมสรนิสิต จัดแถวน้องๆเพื่อรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯและถวายบังคมรัชกาลที่ 8 เหนื่อยกันไป
หลังจากผ่านไปสักพัก รู้สึกว่าน้องๆปี 2 ก็มีมากมายดีอยู่แล้ว รู้สึกว่างงาน ก็เลยแอบแว๊บออกมาเล่นคอมดีกว่า นึกขึ้นได้พอดีว่า นี่เราดองไดอารี่มาได้ 3 สัปดาห์แล้วสินะ ดินพอกหางหมูชิ้นโต
วันนี้ปี 3 ที่มาช่วยก็มีหลายคน ภูมิมาถ่ายรูป ตามบัญชาของแจง หมูหวานมาเป็นแม่งาน มั้นก็มาถ่ายรูป ส่วนธนภพ ถ่ายรูปไม่เป็น+ไม่มีกล้อง ก็เลยว่าง
อัพไดอารี่ครั้งสุดท้ายวันที่ 21 พ.ค. งั้นเราก็จะมาเริ่มกันที่วันที่ 22 เลยครับ
วันที่ 22 พ.ค. เปิดเทอมปี 3 คณะแพทย์ จุฬาฯ ครับ ทำไมมาเปิดเทอมวันพฤหัสบดีหว่า
จากการคาดเดาเอาเองแล้ว พบว่า เปิดเทอมวันพฤหัส คือการเปิดเทอมเร็วขึ้น 2 วัน (จริงๆควรเปิดวันจันทร์ พร้อมปี 2 เพราะก็ได้เรียน preventive medicine ไปแล้ว 1 สัปดาห์ ชดเชยตอนปี 2) เปิดเร็วขึ้น 2 วัน ก้เพื่อชดเชยกับวันหยุดขิองวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา สิริรวมแล้วเราจะได้เรียนกัน 7 สัปดาห์ถ้วน หยุดเพิ่ม 1 สัปดาห์ เทียบเท่าหน่วยกิตที่เรียนครึ่งเทอมนี้ 7 หน่วยกิตพอดี (ระบาด 2 พาโถ 1 ไมโคร 2 อิมมูน 2)
เปิดเรียนมาวันแรก เรียนเรื่องเลขครับ วิชาระบาดวิทยาสและชีวสถิติ
ระบาดวิทยานี่ยังพอไหวครับ แต่ชีวสถิตินี่นะ
ไม่รู้ว่าเรเารียนเยอะในเวลาอันน้อยรึเปล่า ไม่รู้ว่าสถิติคณะอื่นๆเขาเรียนกันแน่นและไวแบบนี้ไหม อค่สัปดาห์เดียวจบ
ปัยหาคือ ธนภพ เรียนไม่รุ้เรื่องครับ การเรียนเลขในระดับมหาวิทยาลัยหลังจากห่างเหินมา 2 ปี เป็นอะไรที่ยากมากมาย
แทบจะรู้สึกได้เลยทีเดียวว่าได้ใช้สมองในส่วนที่ไม่เคยได้ใช้มานาน เมื่อเริ่มเรียนวิชานี้ บวกเลขยังฝืดเลยเหอะให้ตายสิ
การได้เกรด 4 วิชาสถิติตอน ม.ปลายไม่ช่วยอะไร เพราะมันคือ ม.6 เทอม 2 เรียนจบปั๊บ เอนท์ แล้วทิ้งเลย
เกรด 2.5 ของม.5 ทั้งปี มีผลชะงัดกว่านัก เฮ้อออออ
วันที่ 22 วันนี้มีงานบ้านนี้มีสุขครับ จัดให้น้องๆปี 1 เช่นเดียวกับปีก่อนๆ สิ่งที่แตกต่างก็คือ ปีนี้ไม่มีการประดับกิ่งจามจุรีโดยรุ่นพี่แล้ว เพราะมีคนอ้างว่ามันเป็นการแย่งซีนของอาจารย์ในการมอบเข็ม/ติ้ง บนเวที และมันเป็นการทำให้การไลน์แถวช้าลง
และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้งานนี้แปลกกว่าปีก่อนๆก็คือ งานคราวนี้มีการแสดงของวงคอรัสของคณัด้วยครับ ไปโชว์ร้อง 2 เพลง คืออุทยานจามจุรี และเพลงจามจุรีศรีจุฬาฯ เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของงานรับน้องของจุฬาฯ บอกทุกจังหวะชี้วิตของชาวจุฬาฯไว้ในบทเพลง (ศึกษาเพิ่มเติม+ฟังที่ http://cuchorus.clubs.chula.ac.th/modules.php?name=Content&pa=showpage2&pid=17)
วันนี้ได้ไปประชาสัมพันธ์งานตักบาตรหน้าห้องปี 3 ด้วย ใกล้เข้ามาแล้วสินะ การตักบาตรครั้งแรกของปี ที่เรารับผิดชอบ
ตกเย็นมีประชุมสภานิสิต ไปประชุม ในฐานะที่วันนี้ยังว่างอยู่ เพราะอีกไม่นานก็คงจะไม่ค่อยได้ไปเสียแล้วสิ
วันที่ 23 วันศุกร์ ฝนตกยามบ่าย พาละอองฝนมาพรมบนพื้นหญ้าเขียวขจี ให้กลายเป็นปลักโคลน
งานคืนสู่เหย้าเตรียมจัดวันนี้ครับ หลังจากที่โดนเลื่นมาจากเดือน ม.ค. เพื่อไว้อาลัยต่อการจากไปของสมเด็จพระพี่นาง
ไปที่งาน จเอคนที่คิดว่าจะไม่เจอตั้งหลายคน เจออาจารย์ที่คณะ 2 คน คืออาจารยืปรีชา ที่พอเราสวัสดีอาจารย์เท่านั้น อาจารย์ก็ให้ลูกชิ้นปิ้งมา 3 ไม้ เจออาจารย์สมภพ หัวหน้าภาคสูฯที่คณะด้วย
ส่วนเพื่อนๆ ได้รวมรุ่นกันมากมายครับ ธนภพไปงานสาย เพราะว่าไปเตรียมงานรับน้องจุฬาฯใหญ่วันรุ่งขึ้นก่อนกับก้อย พอไปถึงที่งานก็เลยได้เจอกับเพื่อนๆที่มารอกันอยู่แล้ว
ส่วนมากคนที่มางานคืนสู่เหย้าก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนจุฬาฯทั้งนั้นครับ เหมือนกับย้ายคณะมาวางที่ใหม่ก็แค่นั้นเอง เพื่อนๆที่ศิริราชมากันน้อยจัง สงสัยใกล้สอบ... (อีพุบอกว่า จะอยู่หออ่านหนังสือ น่าหมั่นไส้เป็นที่ยิ่ง)
งานคืนสู่เหย้าเตรียมปีนี้ จัดในคอนเซ็ปต์ประมาณว่า ย้อนวันวาน ต้านภัยโรคร้อน แหม ช่วงนี้รู้สึกว่ากระแสโลกร้อนจะมาแรงนะครับ พอๆกับสมัยนึงที่เอะอะอะไรก็จตุคามๆ สมานฉันท์ๆ รวมใจถวายพ่อๆ อะไรประมาณนี้ สมัยนี้ เอะอะอะไรก็เพื่อโลกร้อน ห้ามใช้ถุงพลาสติก ใช้แล้วไม่อินเทรนด์ ธรรมศาสตร์ถึงกับบังคับหามใช้กล่องโฟมในมหาลัย ให้มาใช้กล่องชานอ้อยแทน จุฬาฯยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรครับ ส่วนงานคืนสู่เหย้า ก็ต้านโลกร้อน... .....ตรงไหนหนอ มองไปทางไหนก็มีแต่กล่องโฟมใส่อาหาร หึๆ
ภาพรวมของงาน ก็ดีครับ ไม่ได้มีอะไรหวือหวา เป็นงานสำหรับศิษย์เก่าจริงๆ คือมีการแสดงเล็กๆน้อยๆ มีอาหารเลี้ยง เน้นหลักๆคือการมาพบปะกันหลังจากไม่เจอกันมานาน
อาจจะไม่ถูกใจนักเรียนปัจจุบัน เพราะจำได้ว่าสมัยเราเป็นนักเรียน เราก็ชอบงานที่มีอีเว้นท์น่าสนใจ ที่ประทับใจมากคือรุ่นนึงจัดงานในคอนเซ็ปต์งานวัด เอาซุ้มยิงปืน เอาชิงช้าสวรรค์มาตั้งในโรงเรียน หรูหราอลังการ สนุกสนานสมวัย
ถ้าเอาอย่างนั้นมาตั้งในวันนี้ เด็กๆก็คงสนุกกัน ในขณะที่พวกลุงแก่ๆอย่างเรา คงไม่ทำอะไร นอกจากอยู้คุยกะเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกันมานาน
ได้คุยกะเพื่อนๆห้องเดียวกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิก นินทา+เม้าท์+ปล่อยมุกกระจาย สนุกสนานดี
เสียอีกอย่างคือ คนมาก็มักจะหน้าตาเดิมๆ ใครบางคนที่ไม่เคยมารวมรุ่นเวลาเขานัด ก็ยังไม่มาวันยังค่ำ เฮ้อออ รู้ไหมว่าเพื่อนๆคิดถึง
วันนี้ได้ไปดูการแสดงน้อยนิดนัก แค่ไปดูป้ากิ๋งร้องเพลงเท่านั้นเอง ที่เหลือไม่ได้สนใจดู
ก็นะ งานคืนสู่เหย้า ละครเป็นการแสดงที่ไม่เหมาะสมที่สุด ใครจะมาตั้งใจชมตลอดงาน เพราะงานนี้มันมีคนมาทักทายพบปะกันตลอด การแสดงที่ดีคือพวกการแสดงรำ+เต้น+ร้องเพลง อะไรที่ไม่ต้องใช้สมาธิมากมายนั่นแล
สำหรับค่าบัตรเข้างาน 300 บาทครับ แพงง่ะ สำหรับศิษย์เก่าที่ยังไม่มีรายได้อย่างเรา แต่เพื่อช่วยโรงเรียน เราเลยรวมเงินกัน 6 คน บัตรนึง หอกินพอประทังชีวิต เก็บคูปองตกๆเอาไปแลกของกิน รอจนเขาประกาศว่าให้กินฟรีได้ จึงเริ่มกิน เฮ้ออออ ชีวิตช่างน่าอดสู แต่นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ประหยัดดี กินไม่อั้น แค่อดเลือกอาหารบางอย่างที่อาจจะหมดไปก่อน ก็แค่นั้น
กลับบ้านหลังงานเลิก ไม่เคยกลับจากคืนสู่เหย้าดึกอย่างนี้มาก่อน
กลับกับบอย ขึ้นรถไปด้วยกัน บ้านใกล้กัน ไม่ได้กลับกะบอยมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียน ร.ด. บอยเปลี่ยนไปมากมาย เซอร์สุดๆ หัวฟู หนวดเฟิ้ม หลุดตูด เดินกะเราแล้วดูเหมือนมาจากคนละกาแล็กซี่
กลับบ้านนอนตายอืดอิ่ม แล้วมาเขียนต่อหน้าใหม่นะครับ
เนื้อเพลง
เธอคงเหนื่อยใจเมื่อรับสายกัน เพราะฉันคือคนเคยรัก แค่โทรมาหาอย่างคนรู้จัก ไม่อยากให้เธอวุ่นวาย
ที่รบกวนโปรดอภัย ก็รู้ตัวดีว่าฉันไม่มีสิทธิ์
แต่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว มันคงห้ามไม่ไหว คิดถึงยังไง ก็ยังคิดถึงเธออยู่อย่างนั้น เจอใครต่อใครเป็นร้อยเป็นพัน แต่ว่าฉันเหงาเมื่อไหร่ ในใจฉันมีแค่เพียงเธอ
แค่เพียงต้องการจะไถ่ถามกัน เธอนั้นสบายดีไหม ถึงแม้ว่าเราไปกันไม่ได้ แต่ขอห่วงใยเหมือนเดิม
ที่รบกวนโปรดอภัย ก็รู้ตัวดีว่าฉันไม่มีสิทธิ์
แต่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว มันคงห้ามไม่ไหว คิดถึงยังไง ก็ยังคิดถึงเธออยู่อย่างนั้น เจอใครต่อใครเป็นร้อยเป็นพัน แต่ว่าฉันเหงาเมื่อไหร่ ในใจฉันมีแค่เพียงเธอ
แต่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว มันคงห้ามไม่ไหว คิดถึงยังไง ก็ยังคิดถึงเธออยู่อย่างนั้น เจอใครต่อใครเป็นร้อยเป็นพัน แต่ว่าฉันเหงาเมื่อไหร่ ในใจฉันมีแค่เพียงเธอ
|