รับน้องจุฬาฯ+ละครถาปัตย์

สวัสดีครับ
กลับมาต่อกันอีก วันนี้จะพิมพ์เอาให้นิ้วหลุดกันไปข้างนึงเลย ฮึ่ยยยยย

วันที่ 24-26 พ.ค. ช่วงนี้เป็นช่วงของงานรับน้องก้าวใหม่ของจุฬาฯครับ
ธนภพ สังกัดบ้านหมีน้อย เช่นเดียวกับปีที่แล้ว
บ้านนี้ น้องนัทคณะเราเป็นพ่อบ้านครับ
และเพื่อนๆในกลุ่มเรามากมายก็ทำกัน
และเพื่อนๆที่เป็นแกนนำปีที่แล้ว ก็ล้วนแล้วแต่ไปงานเวิร์คแอนด์ทราเวล
ไปขายตัวเป็นแรงงานต่างด้าวอยู่ต่างชาติซะงั้น
ด้วยเหตุผลสามประสาน ธนภพจึงเห็นควรว่าจะมาทำงานรับน้องในปีนี้

จ่ายเงินให้บ้านรับน้องไปก็มากอยู่
ค่าอุดหนุน 500
ค่าสมัคร 150
โอววว เงินกรูน้อ

ไปถึงวันที่ 24 ตอนเช้า ก็ใส่ชุดสีชมพุไป
ซึ่งไปซ้ำกันกะน้องปี 1 ทำให้หลายคนทักเราผิด
555 แอบภาคภูมิใจนิสนึง

กิจกรรตั้งแต่เช้า ก็คล้ายกับปีที่แล้วครับ
น้องๆลงทะเบียนเข้าบ้าน ซึ่งปีนี้ไม่ให้เลือกอิสระอย่างปีเรา และไม่มีการเอากระเป๋าน้องไปเป็นตัวประกันห้ามย้ายบ้านอย่างปีก่อน
(ปีก่อนย้ายบ้านได้ แต่ก็ต้องมาลำบากย้ายกระเป๋า เล่นเอาไม่ได้นอน)
ธนภพ ด้วยความขี้เกีบจ เลยนั่งรอน้องๆอยู่ที่บริเวณตั้งบ้านรับน้อง
ปีนี้เรามารับกันที่คณะครุศาสตร์ครับ
(สมัยเราโดนรับ จัดที่หน้าตึกฟิสิกส์ 1 สมัยเราเป็นคนรับหลัก-ปี2 ก็จัดที่ตึกมหิต มาเอาปีนี้เป็นครนแก่รุ่น 1 แล้ว ก็มาอยู่ครุสาสตรื  ปีหน้าสงสัยได้ไปจัดที่คณะแพทย์
555 เป็นไปไม่ได้หรอก)

กิจกรรมตั้งแต่เช้าก็ไม่มีอะไรมาก รวบรวมน้องๆเล่นเกมแก้เบื่อ ปาหี่อะไรไปตามเรื่อง
เล่นจำควาย
มีพี่เนียน
พาน้องแจว
พอน้องมามากๆก็สันทนาการทีนึง
ก็พอดีได้ดวลาอาหารกลางวัน ธนภพก็รับหน้าที่เติมน้ำ ตักข้าว แจกข้าว เดินเก็บจานที่กินแล้ว
ชอบจังเลยการเดินเก็บเดินแจกเนี่ย
ไม่น่ามาเรียนคณะนี้เล้ยยยยยยยย

ชอบงานลูกมือสวัสดิการครับ
ไปค่ายไหนก็จะขอแจกน้ำแจกอาหารตักข้าวตลอดไป หุๆ

ตกบ่าย น้องๆไปเวียนฐานกิจกรรมตามบ้านต่างๆ
ธนภพก็ตามๆไปบ้าง อยู่บ้านตัวเองทำกิจกรรมกับน้องๆบ้านอื่นบ้าง

ราวๆ 4 โมงก้กลับบ้าน
ปล่อยน้องๆทำกอจกรรม ก่อนจะไปสนามจุ๊บไปชมงานไนท์และเข้าหอนอน

เพื่อนๆบางคน (สุกิจกับมั้น ที่อยู่บ้านข้างเคียง-บ้านคุณหนู) ก็ไปงานศพของแม่ของเอมี่-เพื่อนที่คณะ
ฝากแสดงความเสียใจไปด้วยนะครับ
ธรรมดาของชีวิต ย่อมมีเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป

ตั้งแต่เข้าคณะแพทย์มา ทำไมรู้สึกว่าได้ไปงานศพบ่อยเสียเหลือเกินน้อ
วันที่ 20 ก็ไปงานสวดมา

วันที่ 25 วันนี้รับน้องวันที่ 2
ไปที่จุฬาฯแต่เช้า หลังจากกินข้าวเช้าที่ รพ.มิชชั่นแล้ว

ก่อนที่จะไปเรื่องของรับน้องจุฬาฯก็ขอมาโฆษณาเรื่องศูนย์อาหารของ รพ.มิชชันก่อนดีกว่า
รพ.มิชชัน เป็นรพ.ที่ธนภพคุ้นเคยมานานแล้วครับ
เพราะปกติจะทำฟันที่นี่มาตั้งแต่เด็ก

ที่นี่มีศุนย์อาหารที่น่าเชิดชูครับ
อาหารอร่อย ราคาโอเค
เป็นมังสวิรัติ ดีต่อสุขภาพ
ชอบครับชอบ

เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายการทำงานที่แอบใฝ่ฝัน
เหอๆ
เพราะโรงอาหารอร่อย

กลับมาที่จุฬาครับ
มาที่นี่ก็มาพอดีเวลาเขากำลังจะกินข้าวเช้ากัน
ก็มาช่วยแจกอาหารเช้า เก็บอาหารเช้า
จากนั้นน้องๆก็จะมาช่วยกันทำโครงบำเพ็ย มาทำป้ายผ้าลดโลกร้อน
เราก็ไม่เกี่ยวก็ได้แต่เดินไปเดินมาคอยพัดให้น้องไปตามเรื่อง
จนได้เวลาอาหารกลางวันก็แจกอาหาร ตักข้าวแบบเดิม
ตกบ่ายก็โครงบำเพ็ญต่อ มาช่วยกันกวาดลานเก็บของ
คนว่างงานก็มากมาย
เราก็ว่าง
ไปเม้าท์กะพี่ๆบัณฑิตของบ้านหมีที่จบไปแล้ว

การทำบ้านรับน้องของปี 2 กับปี 3 ขึ้นไปนี่ต่างกัน
ปี 2 ต้องคอยกังวลว่า โอ๊ยย กำหนดการต่อไปคืออะไร ใครเตรียมอะไรรึยัง น้องหายไปไหน น้องจะเบื่อไหม ทำยังไงดี
แต่พอมาปี 3 ขึ้นไป หน้าที่หลักก็คือ โผล่ไปเพื่อ available
รอเวลาว่าถ้าน้องปี 2 ต้องการให้ช่วยอะไรก็จะไปช่วย
ไม่ให้ช่วยอะไร ก็คืนสู่เหย้า
นั่งคุยกันตามประสาที่ไม่ได้เจอกันมานาน
คุยกันเรื่องการงาน ที่ทำงานเจออะไรยังไง
(อืมมม เราเริ่มแก่แล้วสินะ)

กิจกรรมของวันนี้หนอก็ช่างน่าเบื่อ
ตารางหลวมจนไม่รู้จะทำอะไร
มีแต่การบำเพ็ญประโยชน์ทั้งวัน

บ่ายๆหลังจากที่ทุกคนทำงานกันเสร็จ เราก็เลยรวมตัวกันไปสันทนาการโต้กันกะบ้านอื่นๆ
เช่นบ้านเปรี้ยว บ้าน ฯลฯ
บ้านหมีซึ่งเป็นบ้านขนาด M1 ที่โดนดูดน้องไปมากมายตอนวันลงทะเบียนจนกลายเป็นไซส์ S
และยิ่งมาวันที่ 2 ที่มีน้องๆโดดกลับไปแล้วไม่มาอีก
บ้านเราเลยเหลือแค่ราวๆ 30 คน เท่าน้น
เป็นบ้านที่กะทัดรัดดี
แต่เราก็ชอบนะ
อบอุ่นดี ทั่วถึงดี
ดีกว่าปีที่แล้วที่วันแรกมากันร้อยกว่าคน แทบตายดิ้น

อ่อ สรุปว่า บ้านหมีน้อยที่มาแค่น้อยนิด ก็สันท์โต้ได้มันส์ดีครับ

กลับมาจากสันท์โต้ มารวมหัวกันเม้าท์
ด้วยความเบื่อจากการทำบ้านของตัวเอง และด้วยความว่างด้วย
ภพ เหมี่ยว ก้อย จากบ้านหมี แลยรวมตัวกับ สุกิจและมั้น จากบ้านคุณหนู เม้าท์เรื่อยเปื่อยไป 2 ชม.
มองไปมองมา น้องๆถูกไลน์ไปงานบายศรีที่สนามจุ๊บหมดแล้ว เราก็ฉวยโอกาสไปกินกันที่ตลาดสามย่าน
แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน

ธนภพไม่ได้กลับบ้านครับ
แวะไปที่หอประชุมจุฬาฯ
ไปดูละครสถาปัตย์รอบสุดท้ายครับ

ปีนี้ละครสถาปัตย์แสดงเรื่อง "เกราะเพชรเจ็ดสี"
ก็นับว่าสนุกดี
ขออนุญาตเล่า เพราะคงไม่สปอยล์ใคร เพราะก็บอกไปแล้วว่าเราไปดูรอบสุดท้าย
(โอ๊ะ แต่ถ้าใครอยากเอาดีวีดีมาดู ก็ขออภัยนะครับ อ่านข้ามๆไปละกัน)

เรื่องเกราะเพชรเจ็ดสี ปูเรื่องว่า
ครั้งหนึ่งในอดีต พระอินทร์ทรงต่อสู้กับพญานาคราช การสู้รบยืดเยื้อยาวนาน พระอินทร์จึงทรงรวบรวมแก้วมณีทั้ง 7 มาทำเป็นเกราะเพชรเจ็ดสีเพื่อสู้กับพญานาคราช
เมื่อพระอินทร์ต่อสู้ชนะ ก็ทรงนำเกราะเพชรเจ็ดสีที่ทรงอานุภาพไปผนึกไว้ที่ถ้ำบุษราคัม
(แอบงง เกราะทำจากมณี 7 อัน แล้วทำไมต้องถ้าบุษราคัม เอ๊ะ รึเราช่างสงสัยไป)
ฃพญานาคราชจึงไปบำเพ็ญเพียรที่ถ้ำหนึ่ง เพื่อฟื้นพลัง

เมื่อเวลาผ่านไป เกิดกระแสเล่าลือถึงเกราะเพชรเจ็ดสีมากมาย เป็นตำนานของวิเศษที่มีแต่คนอยากได้
ส่วนพญานาคราชก็ฟื้นคืนหลังจากผ่านไปหลายพันปี แล้วได้ลูกสมุนใหม่ เพื่อตามหาเกราะเชรมาแก้แค้นพระอินทร์
ปัญหาอยู่ที่ว่า
การเข้าไปเอาเกราะ ต้องเป็นมนุษย์เท่านั้นจึงเข้าไปได้ นาคเข้าไม่ได้
(นึกถึงฉากแรกของอาละดินที่จาฟราให้อาละดินเข้าถำไปเอาตะเกียงขึ้นมาตะหงิดๆ)

ด้วยเหตุนี้ นาคราชจึงออกตามหามนุษย์หน้าโง่มาทำหน้าที่

ตัดฉากไปที่นคร..อะไรวะ จำชื่อไม่ได้
พระราชาที่จำชื่อไม่ได้ก็กำลังจัดงานเสี่ยงมาลัยให้แก่ลูกสาวที่เราก็จำชื่อไม่ได้ (อืมมม เอานิยายไทยมายำเพิ่มออีกเรื่องแล้วพี่น้อง)
และแน่นอนครับ คนที่ได้มาลัยจะเป็นเจ้าชายสูงศักดิ์ได้ไหม
ไม่ได้สิ
คนได้ไปคือ คนที่เจ้าหญิงทรงชอบและแอบหนีตามไปหลายครั้ง
เป็นชายผู้ที่สติไม่ค่อยดี ชอบดูหนังจักรๆวงศ์ๆ จนคนเรียกนามว่า "จักรวงศ์"

ด้วยเหตุนี้ พระบิดาเลยวางแผนส่งจักรวงศ์ไปตาย
เพราะมาลัยก็เสี่ยงไปปแล้ว ชริ

โดยสั่งให้จักรวงศ์ไปเอาเกราะเพชรเจ็ดสีมาให้ (เริ่มเข้าสู่พลอตนิยายฝรั่ง-กรีกโบราณสมัยเฮอร์คิวลิสแล้วครับ และแน่นอน สุดท้าย พระเอกต้องรอดกลับมาทำให้พระราชากระอักกระอ่วนใจ)
จักรวงศ์ก็รับอาสา แล้วออกเดินทางหา โดยมีเทวดาใจดี แนะนำทางให้เพราะเห็นว่าจักรวงศ์นี่เป็นคนดี
(อา.....พระเอกต้องมีผู้ช่วยที่ดีคอยบอกทางครับ อย่างที่ปีเตอร์แพนมีทิงเกอร์เบลล์ ราวๆนั้น)

จักรวงศ์ก็ได้เดินทางมาพบพญานาคราชครับ (ซวยแว้ววววว โง่เข้าสเป็คของพญานาคเลย)
จักรวงศ์ หวังจะใช้พญานาคราชพาไปถ้ำ (พญานาคบอกว่า กำลังจะไปถ้ำบุษราคัมจ้า ไปด้วยกันไหม)
พญานาคก็หวังจะได้คนโง่ๆไปเอาเกราะให้ (จักรวงศ์นี่ก๋โง่แถมเป็นคนอีกตะหาก)
สุดท้าย เขา 2 คน เอ้ย 1 คน 1 ตน เลยเดินทางไปถ้ำ

กลับมาที่พลอตของเรื่องอาลพดินครับ
เมื่ออาละดินจับตะเกียงแล้วเอาออกมา เปิดอะไรกะถ้ำครับ..
.....
....
เช่นเดียวกันครับ พอจักรวงศ์เอาเกราะออกมา ถ้ำก็ถล่มลงมาเช่นกันครับ
ต่างกันที่ว่าจักรวงศ์ใส่เกราะออกมาไม่เหมือนอาละดินที่ออกมาไม่ได้

คราวนี้พระเอกของเราก็ปลอดภัยแล้วครับ นาคราชทำอะไรไม่ได้
พระเอกเราก้ไปหาท่านพ่อ ไปแต่งกับนางเอกของเรา

ยังๆๆ เรื่องยังไม่จบ ถ้าคุณเป็นคนพาล อยากได้ของที่เขามีแต่เอาชนะเขาไม่ได้ คุณจะทำยังไงครับ
......
.....
....
...
อาห์ ก็ต้องใช้การต่อรอง ตัวประกันสิครับ

นาคราชก็ไปจับพระราชาและพระธิดาเป็นตัวประกัน
จักรวงศ์เลยยอมยกเกราะให้นาคราช
ตนเองจึงโดนฆ่าตาย

อ๊ะ พระเอกตาย
แล้วทำไงล่ะ
ศรีภรรยามีหรือจะยอม

เทวดาใจดีก็มาช่วยศรีภรรยาของจักรวงศ์ให้แหกคุกออกมา
บอกทางไปป่าหิมพานต์ เพื่อไปหาผู้วิเศษมาชุบชีวิตจักรวงศ์
(อืมมมมมมม เริ่มพลอตคล้ายๆกับเทพปกรณัมกรีกอีกแล้วครับ เรื่งการดั้นด้นไปเพื่อชุบชีวิตคนรักเนี่ย)

เมื่อไปถึงป่าหิมพานต์ ไปเจรจากับคนที่นั่น จักรวงศ์ฟื้นคืนชีพ
(ซึ่งช่วงนี้เนี่ย ในการแสดงก็จะมีการเอาพี่เก่ามาแกล้ง ตามธรรมเนียมของการแสดงรอบสุดท้ายของสถาปัตย์...ขอไม่เล่าละกันนะครับ)
ฟื้นมาแล้วยังไงต่อ..
.....
....
...
..

ไม่ได้จะทำให้ลุ้นอะไรนะครับ
แค่จะสารภาพว่า
ช่วงนี้จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้
ขออนุญาตแถ ใครไปดูมาแล้วมาเล่าทีว่าเหมือนกันไหม

อะ
พระเอกเรา ฟื้นแล้ว
แล้วไง..
...
..
เกราะ อาวุธจ้าวโลก ก็อยู่กับนาคราช
คนโง่ฟื้นชีพ กลับมาที่พระนครพร้อมศรีภรรยา
ทำอะไรด้ายยยยยยย

สุดท้ายนาคราชเลยยัวะ ท้าทายพระอินทร์ สำแดงเดชโดยไม่สนใจคำเตือนของพระอินทร์ว่าอำนาจที่มีต้องรู้จักใช้นะ ไม่งั้นอันตราย
นาคราชคงรู้สึกยัวะว่า อุบ๊ะ กรูมีอำนาจมากมายขนาดนี้ ทำไมเรื่งยุ่งๆแบบคนตายแล้วฟื้นต้องมาเกิดให้รำคาญใจ
นาคราชเลยสำแดงเดชล้างสิ่งมีชีวิตทั้ง 3 โลก

แล้วไงล่ะ

นาคราชก็เป็นสิ่งที่มีชีวิตตนเดียวที่เหลืออยู่บนโลก

เหงาสิครับท่าน

ช่วงนี้เป็นการแสดงที่น่าชื่นชมที่สุดของคนแสดงเป็นนาคราชแล้วครับ
เป็นนักแสดงหลักของการแสดงนี้เลยทีเดียว

การแสดงช่วงนี้เป็นการโซโล่เดี่ยว
แสดงบทอยู่กับตัวเอง
เดินไปเดินมากับเวที
ดึงคนดูทั้งฮอลล์ให้อยู่กับนักแสดงคนเดียว

นาคราชแสดงบทของการเป็นคนเหงาโดยการแสดงว่าตนเองอยู่คนเดียว
ต้องหาอะไรทำแก้เซ็ง
ต้องแสดงเป็นข้าราชบริพารต่างๆเอง
ต้องเอาศพคนมาเชิดเล่นเป็นเพื่อน
ฯลฯ

จนสุดท้ายเวลาผ่านไปนาน
พระอินทร์เห็นนาคราชเหงาหงอยมานานจึงประกาศถามนาคราช
นาคราชได้ยินเสียงพระอินทร์ก็ดีใจ ที่ตนไม่ได้อยู่คนเดียว
นาคราชสำนึกผิด

พระอินทร์จึงย้อนเวลากลับมาที่ก่อนนาคราชจะล้างโลก
นาคราชก็มอบเกราะให้แก่จักรวงศ์
(พลอตคุ้นๆ คล้ายโดราเอมอนตอนที่โนบิตะใช้ของวิเศษลบคนออกไปจากโลกทีละคน 2 คน)

จักรวงศ์นำเกราะไปให้พระอินทร์
แล้วอยู่กินกับจักรวงศ์อย่างมีความสุข

พระอินทร์ก็นำเกาะไปทำลาย
แยกเป็นมณีเจ็ดลูก กระจายไป

เกิดเป็นตำนานเรื่องใหม่

ดราก้อนบอล!!!!

จบเรื่อง

อืมม
นับว่าพลอตน่าสนใจดีครับ
เอาพลอตอื่นๆมาผสมกันได้ลงตัว
เอ๊ะ รึว่ามันบังเอิญตรงกับพลอตเรื่องอื่นๆไปเองน้อ

วันนี้กลับบ้านก็ราวๆ5 ทุ่ม
ถึงบ้านก็นอนเลย

ของที่ระลึกที่วันนี้ไปซื้อ ก็เช่นเดียวกับปีก่อน
ไปซื้อดีวีดีบุญชู การแสดงละครถาปัตย์ปีก่อน
ปีหน้าจะมาซื้อเกราะเพชรเจ็ดสีนะ

ซื้อหนังสือเรือนไทยไปอ่านเล่น

ส่วนเสื้อ ด้วยว่าไปวันสุดท้าย ขาดไซส์ครับ
เลยอดซื้อไป

วันนี้ไปดูละครกะครอบครัวครับ
มีครอบครัวของป้าเราไปด้วย

บัตรนี้เป็นบัตรชมที่แถวแรกของชั้น 2 ครับ เห็นชัดดี
ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นศิษย์เก่าถาปัดซื้อมาให้ครับ

อา......แล้วจะมาเขียนต่ออีกนะครับ
วันนี้เรื่องยาว
สวัสดีคับ


ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันได้มาพบเจอ กับเธอคนนี้
จึงได้รู้ว่าเธอ ช่างดูเข้าที เป็นคนดีที่น่าสนใจ

พยายามพูดคุย หาทางชิดใกล้ ใช่เธอไหมคนที่ฉันต้องการ
มาวันนี้จึงรู้ คนที่ฉันตามหามาแสนนาน คนๆนั้นคือเธอ

และฉันจะมีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
และฉันจะมีแต่เธอคนเดียวที่อยู่ในหัวใจ จะไม่มีใคร นอกจากเธอ

เธอคงยังไม่รู้ตัว ว่าทำให้ใจของฉันหวั่นไหว
เพียงแค่เธอยิ้มมา ประสานสายตา ยิ่งทำให้ประทับใจ

พยายามพูดคุย หาทางชิดใกล้ ใช่เธอไหมคนที่ฉันต้องการ
มาวันนี้จึงรู้ คนที่ฉันตามหามาแสนนาน คนๆนั้นคือเธอ

และฉันจะมีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
และฉันจะมีแต่เธอคนเดียวที่อยู่ในหัวใจ จะไม่มีใครนอกจากเธอ

เพราะฉันจะมีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
เพราะฉันจะมีแต่เธอคนเดียวที่อยู่ในหัวใจ จะไม่มีใคร คนไหน นอกจากเธอจริงๆ

thx soooo much 4 helping me 2day na
athena รับน้องจุฬาฯ ละครถาปัตย์ รับน้องจุฬาฯ ละครถาปัตย์ 
Mon 9 Jun 2008 13:39 [1]
รับน้องจุฬาฯ ละครถาปัตย์

Posted on Sun 15 Jun 2008 17:43
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 

 
>>> CALENDAR <<<

<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

3 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

 
>>> Diary Archive <<<
งานที่ทำไป ช่วงนี้
วันแม่
เวลาเป็นของมีค่า
หว่อ ซื่อ ปู๋ ซื่อ จง กั๋ว เหริน??
กลับมาแล้ว
เจาะเลือดครั้งแรก
กระบี่อยู่ที่ใด
แถลงการณ์เรื่อง ไดอารี่ที่จะไปไต้หวัน
วันว่างที่รอคอย
ความคาดหวัง
รวมมิตร ที่อ่านหนีงสือยอดฮิตวัยเรียน
ประชุมวิชาการ
เด็กไทยจะไปไต้หวัน
ว่าด้วยเรื่องกินและเลี้ยง
ใกล้กันยิ่งหวั่นไหว
Indian 2008
โปรดส่งใครมารักฉันที
งานวันอานันทมหิดล
อัพสั้นๆประชดชีวิตที่ noteopad แฮงค์
รับน้องจุฬาฯ+ละครถาปัตย์
เปิดเทอมวันแรก+คืนสู่เหย้าเตรียม
ก่อนเปิดเทอม
ทริปฝ่ายพัฒน์
ครั้งหนึ่งในชีวิต
วันที่ 22-7
ชีวิตในสภา
ชีวิตวุ่นๆ ทุ่มทุนก่อนเปิดเทอม
ฟาร์มโชคชัย
สัมมนา สพจ. 2551
บทความลงนิตยสาร
ช่วงปิดเทอม อีกแล้ว ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรดี
สัปดาห์หนังสือ
ค่ายสอนหนังสือ
ปิดเทอมศาสตร์
how 2 b ชายในฝัน
แปะๆ
msg
ไร้สาระ
หลังสอบ
 
>>> Last Diary <<<
 
Sponsor