Indian 2008
สวัสดีครับ
มาอัพไดอารี่ตามสัญญาแล้วครับพ่อแม่พี่น้อง
ความจริงวันนี้กลับมาถึงบ้านก็ดึกดื่นแล้ว ไม่ควรจะอัพไดอารี่เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมาอัพ ด้วยเหตุที่ว่าได้หลวมตัวอัพโหลดวิดีโอออนไลน์ แล้วใช้เวลาประมาณ 1 ชม. แทนที่เราจะใช้เวลา 1 ชม. หมดไปอย่างไร้สาระกับการอ่านหนังสือในยามง่วง เราเลยเอาเวลามาใช้อย่างมีสาระในการอัพไดอารี่อย่างเมามัน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า การพิมพ์หนักๆ ทำให้อาการง่วงหายไปได้ชะงัดนัก
ตอนนี้ ใกล้อสบมากๆครับ เผลอแป๊บเดียว อีก 2 สัปดาห์ ก็สอบแล้ว วิชาต่างๆยังกองพะเนินเทินทึก มิได้อ่าน ไปเรนียนแล้วรู้สึกว่าพกหัวมาเรียนทำไม น่าจะเอาไว้บ้าน เอามาไม่เอามาไม่ต่างกัน
บ่นไป ใครๆอาจจะหมั่นไส้ แต่ขอยืนกรานคำเดิมครับ ว่าผลการสอบนั้น มิใช่ตัวบ่งชี้อนาคต แต่เป็นตัวบ่งบอกอดีตว่าเราทำสอบได้มากน้อยแค่ไหน และการทำสอบนั้น ก็ขึ้นกับดวงด้วยส่วนนึง มิได้ขึ้นกับความรู้อย่างเดียว
เอาเถอะ เรื่องเรียนก็คงต้องดิ้นกันต่อไป อย่างที่ดิ้นมาทุกเทอม เทอม 1 ปี 3 ครึ่งแรก พี่ๆขู่กันมามากมายว่าเป็นช่วงที่หนักที่สุดของชีวิตพรีคลินิกแล้ว เหอๆ นี่เรากำลังจะผ่านมันไปแล้วสินะ จะผ่านไปได้อย่างดี หรืออย่าง D กันนี่
ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำกิจกรรมมากมายจริงๆครับ ตามแบบเดิม
ขอเริ่มเล่าจากงานอินเดยนเลยแล้วกันนะครับ
งานอินเดียนปีนี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 มิ.ย. ครับ เราเป็นปี 3 ก็มีหน้าที่เป็นแกนนำสำคัญหลักในการจัดงานรับน้องแพทย์จุฬาฯครั้งใหญ่ครั้งนี้ แต่เนื่องด้วยปีนี้ธนภพไม่ได้เป็นประธานชั้นปี+ประกาศขอวางมือจากการทำงาน+กระแดะไปควงกระบองไฟ ปีนี้ธนภพเลยไม่ค่อยได้ทำงานประสานงานกลางอย่างที่วางตัวไว้ปีที่แล้ว เหอๆ
มาพักที่คณะตั้งแต่ก่อนวันงานครับ ปีที่แล้วก็มาพักก่อนวันงาน (อ่านไดอารี่งานอินเดียนปีก่อนที่ http://sunpatongboy.diaryclub.com/archive/20070629.html/-1/-1/สอบแลปกรอสแล้ววววว) ปีนี้ก่อนวันงาน นอนเอาตอนตี 1 กว่าๆครับ หลับในชุดที่จะใช้วันพรุ่งนี้ ในถุงนอนที่ห้องประชุมชั้นเอ็มหอใหม่ เพราะกว่าจะซ้อมควงกระบองไฟเสร็จก็นานนัก
ตื่นมาเช้าวันรุ่งขึ้น หกโมงกว่า ไม่อาบน้ำ แปรงฟันเสร็จก็ไปที่ตึกอานันท์เลย ไปรับลงทะเบียนนน้องๆ
ปีนี้น้องๆมาสายกันมากมาย อร๊ายยยย นิสิตจุฬาฯสมัยใหม่ สายขึ้นๆทุกรุ่นเลยน้อ
อย่างว่าแต่น้องเลย การแสดงของเราก็สาย เหอๆ
สุดท้าย พอน้องๆมากันครบ นั่งแยกตามเผ่า (ซึ่งเราเป็นคนจัดรายชื่อลงเผ่า และสรรหาชื่อเผ่าแปลกๆมาใช้งาน หุๆ) ก็พาน้องเข้าไปชมการแสดงในตึกอบรมวิชาการ ซึ่งเราอดดู เพราะต้องมาคอยดุแลน้องที่มาลงทะเบียนสาย ดูแลเรื่องขนกระเป๋าไปหอพักพี่เด๊นท์ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ขนเองเลยครับ ใช้แรงงานเพื่อนๆขนไปหมด เพราะเราประสานงาน ไปไหนไม่ได้ คนที่ขนส่วนมากก็เป็นแรงงานขั้นเทพ เกรดรวมกันแล้ว น่ากลัวมากมาย เหอๆ
ขนกระเป๋าสร็จ ก็พาน้องที่มาสายไปเข้าฐานกิจกรรมที่สวนลุม ปีนี้หรูครับ ปีก่อนๆจัดกิจกรรมกันในคณะ ปีนี้ไปสวนลุมเลยทีเดียว เดินกันตับแลบ
หลังจากดูการโฟลวฐานกิจกรรมไปได้สักระยะ เห็นว่างานต่างๆเข้าที่ดีแล้ว (โดยที่เราไม่ต้องช่วยอะไรเรย-*-) ก็เลยถือโอกาสไปช่วยงานสวัสดิการครับ
ปีนี้เหมี่ยวกะกมลาสน์รับทำงานสวัสดิการ ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มเรานี่นะ เราเลยต้องมาช่วยมากๆหน่อย ก็ช่วยกันเสริฟน้ำให้แก่เพื่อนๆและน้องๆตามฐานต่างๆในสวนลุม ก่อนจะกลับไปที่คณะ ไปเตรียมการอาหารกลางวันที่ตึกไผ่
ที่ตึกไผ่ ไปถึงเราก็ไปเช็ดใบตอง แล้วเอาใบตองไปวางเต็มลานตึกไผ่ที่ปัดกวาดเช็ดถูรอไว้เมื่อวานแล้ว จากนั้นก็เอาอาหารลงวาง รอน้องๆมา เหมี่ยวกะกมลาสน์คอยดูแลการกินของน้องๆ เราก็ชิ่งไปรับอาหารของพี่หมีมารอแจกให้แก่พี่ๆที่หน้าหอใหม่ ชอบการทำงานสวัสดิการแจกอาหารจังเลย ชอบที่เห็นคนกินอิ่ม
แจกอาหารเสร็จ กลับมาที่ตึกไผ่ น้องๆกินเสร็จแล้ว เราก็มากินอาหารสปอนเซอร์ที่เหลืออยู่ อู๊ยยยย ปีนี้หรูหราหมาเห่า Bug & Bee มาแจกอาหารกล่องสุดหรูให้ กินไปซะอิ่ม เสียดายจังที่บางคนกัดไปแค่ครึ่งชิ้นก็ทิ้งซะแล้ว ออกจะแพง
หลังจากกินเสร็จ ก็เหมือนจะว่างงาน น้องๆไปอาบน้ำตามหอพักพี่เด๊นท์ สวัสดิการก็เลยเอาน้ำไปเดินแจกให้พี่ๆน้องๆ จากนั้นธนภพว่างๆก็ไปแกะกระบองไฟเก่าๆรอใช้ตอนบ่ายนี้ ก่อนจะไปร่วมงานบายศรีน้องๆที่ตึกพรีคลินิกใหม่ ปีนี้เปลี่ยนสถานที่มาจากตึกจักรพงศ์....ความขลังลดลงมหาศาล แต่ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็น้องๆมากขึ้น สถานที่เดิมเลยคับแคบไปโดยปริยาย
ดูไปสักพักเราก็กลับมาช่วยฝ่ายสวัสดิการ เตรียมอาหารเย็น เอาใบตองมาปูรอบเวทีใต้หอใหม่ วางหม้อน้ำ อาหาร สำรับกับข้าว เติมน้ำ เตรียมตั้งโต๊ะอาจารย์ (โต๊ะญี่ปุ่นยืมมาจากฝ่ายต่างๆในตึกไผ่) ตกแต่งโต๊ะอาจารย์ และว่างๆก็ไปช่วยเขาจัดสถานที่ใต้หอ เสร็จแล้วก็ไปแจกข้าวรุ่นพี่กะแอร์ต่อ ก่อนจะกลับมาชมละครใต้หอที่ปีนี้ฮุ้ยเป็นคนรับผิดชอบ
ละครใต้หอปีนี้ ก็สนุกดีครับ มีประเด็นทางการแพทย์ด้วย เหมาะแก่การเป็นการรับน้องของคณะแพทย์มากมาย นักแสดงแต่ละคนก็เล่นได้อินกับบทดีจริงๆ นางเอกของเราก็ตีบทแตก เลือกไม่ผิด นักร้องก็เสียงดีระดับเอาชนะลูกโป่งเดอะสตาร์ได้ในเวทีแข่งขัน (ป้ากิ๋งนั่นเอง) ส่วนพระเอกก็ดีกรีถึงผู้อัญเชิญพระเกี้ยว วุวู้ววววว
หลังจากละครจบ เก็บกวาดสำรับอาหารแล้ว ธนภพก็ไปรวมพลกับพรรคพวกที่ควงกระบองไฟที่ใต้หอหกชั้น วอร์มอัพร่างกาย สแตนด์บายรอเรียก
พอได้เวลา ก็เดินทางไปที่ลานอินเดียน ตื่นเต้นพอควร หลังจากการแสดงเต้นรอบกองไฟจบ เราก็ได้ไปควงกระบองไฟ
สังเกตจากสายตาน้องๆที่ดุการควงกระบองไฟแล้ว นึกถึงสมัยเราเป็นปี 1 เป็นความประทับใจที่จำมาจนปัจจุบันนี้เลย ทุกๆนาทีที่ผ่านไป ของกิจกรรมการแสดงในช่วงค่ำคืน มีแต่คำอุทาน "นี่หรือคณะแพทย์" ไม่น่าเชื่อว่าเด็กแพทย์จะควงกระบองไฟเป็น รำไทยได้ ร้องเพลงเพราะ และละครก็สุดยอด
ควงกระบองไฟ ออกท่าทางได้ไม่มาก ตามที่ซ้อมเอาไว้นั่นแหละ ทำกระบองไฟหล่นไป 1 ที แถมลงไปนั่งกับพื้นเลย เหอๆ เอาเฮอะ ไม่บาดเจ็บก็บุญแล้ว
จบการแสดงควงกระบอง ธนภพก็ไปช่วยเขาแจกอาหารได้แป๊บนึง ก่อนจะหลีกหนีออกมา เดินตามหาน้องรหัส งานเลิกแล้วเราก็ไปกบดานที่ห้องสพจ. กลัวโดนจับกรอกเหล้าแบบปีก่อน เหอๆ
ลงมาจากห้องสพจ. เที่ยงคืนกว่าๆ ไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุด ไปเม้าท์กะเพื่อนๆ ก่อนจะนอนที่ห้องวิชาการ ตื่นเช้าไปทำงานต่อ
จำได้ว่าปีที่แล้วกว่าจะเก็บลานอินเดียนเสร็จก็ตี 2 กว่าๆ เพราะคนช่วยน้อย (ปีนี้น้องปี 2 น่าชื่นชมมากมาย มากันมากมาย เก๋บลานหมดในเวลาไม่เท่าไร อาจจะเพราะงานเลิกไวและฝนไม่ตกด้วยละมั้งเป็นปัจจัยเสริม)
ปีที่แล้ว เก็บลานสร็จ อาบน้ำ นอนที่ห้องสพจ. ตื่นเช้ามาใส่กางเกงเลเสื้อยืดขึ้นผ่าอาจารย์ใหญ่ เฮ้อออออ
ปีนี้ตื่นเช้ามา ไม่มีผ่าอาจารย์ใหญ่ แต่มีไปประชุมที่ศิริราชแทน เอาวะ ปี 3 ปีสุดท้ายของการทุ่มเทตนเองทำกิจกรรม เอาให้มันสุดๆไปเลย ธนภพ!!!!!
ไปแล้วครับ สำหรับเรื่องงานอินเดียน ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ
ปล.งานอินเดียน 2 ปีที่แล้ว ที่ http://sunpatongboy.diaryclub.com/20060702/-1/-2/blog.html?ประเพณีอินเดียน
ความลับ "มัม ลาโคนิค"
ก็รู้เป็นไปไม่ได้ มันฝืนในความรู้สึกในส่วนลึก ฉันรู้เธอมีเขาอยู่ ก็รู้ในความเป็นจริง แต่ก็ยังจะแอบเฝ้าดู ทั้งทั้งที่รู้ เป็นได้เพียงเท่านั้น
แค่ชู้ทางใจที่ทำได้ เมื่อหัวใจเธอไม่ให้ เธอเก็บไว้ ให้คนที่เธอรักกันมานาน ก็รู้เป็นเพียงแค่ทางผ่าน ไม่มีวันจะเดินร่วมทาง เพราะเธอกับฉัน เป็นเหมือนดังเส้นขนาน แอบฝันเล็ก เล็กในใจ ไม่ได้มีความหมาย ให้เราผูกพัน และรักกันไปอย่างนั้น
ผิดที่เราเจอกันช้าไป ไม่มีวันจะมารักกัน เป็นแค่ความลับ ที่ฉันและเธอซ่อนไว้ในใจ ผิดที่เราไม่ยอมห้ามใจ ไม่จำเป็นต้องไปโทษใคร เมื่อผลสุดท้าย คนที่ต้องเจ็บคือฉันคนเดียว
แค่ชู้ทางใจที่ทำได้ เมื่อหัวใจเธอไม่ให้ เธอเก็บไว้ ให้คนที่เธอรักกันมานาน ก็รู้เป็นเพียงแค่ทางผ่าน ไม่มีวันจะเดินร่วมทาง เพราะเธอกับฉัน เป็นเหมือนดังเส้นขนาน แอบฝันเล็ก เล็กในใจ ไม่ได้มีความหมาย ให้เราผูกพัน และรักกันไปอย่างนั้น
เป็นแค่ความลับ ที่ฉันและเธอซ่อนไว้ในใจ ผิดที่เราไม่ยอมห้ามใจ ไม่จำเป็นต้องไปโทษใคร เมื่อผลสุดท้าย คนที่ต้องเจ็บคือฉันคนเดียว
|